ผาชู้ หรือ ผาเชิดชู

ถ้าเอ่ยถึงจุดชมทะเลหมอกยามเช้าที่สวยงามย่อมต้องมีชื่อของผาชู้ติดอันดับต้น ๆ ของน่านอย่างแน่นอน แม้ผาชู้มีตำนานเรื่องความรักอันอมตะระหว่างเจ้าเอื้องผึ้งกับเจ้าจันทน์ผาที่ได้เกิดโศกนาฏกรรมบนผาแห่งนี้ ทว่าปัจจุบันบนนี้คือที่ทำการของอุทยานแห่งชาติศรีน่าน ช่วงฤดูหนาวนักท่องเที่ยวนิยมเดินทางสู่ผาชู้เพื่อชมทะเลหมอกรับแสงตะวันยามเช้าครั้นเมื่อสายหมอกจางลงก็จะเผยให้เห็นลำน้ำน่านทอดตัวคดเคี้ยวอยู่ปลายผืนป่า

ชายทะเลปากพนังและแหลมตะลุมพุก

ครั้งหนึ่งในเมืองไทยกับมหาวาตภัยครั้งยิ่งใหญ่จากพายุโซนร้อนแฮร์เรียตที่พัดถล่มเมืองไทยในคราวนั้น เกิดขึ้น ณ แหลมตะลุมพุกแห่งนี้นั่นเอง แหลมดังกล่าวตั้งอยู่ตอนบนของอำเภอปากพนังในด้านที่ติดกับทะเลด้านใน หรือที่รู้จักกันดีว่า อ่าวนครฯ บริเวณนี้เป็นถิ่นที่ตั้งของหมู่บ้านชาวประมง ในขณะที่ด้านนอกซึ่งติดกับอ่าวไทยนั้น มีลักษณะเป็นหาดทรายและเรียงรายด้วยต้นสนขึ้นตลอดแนว

กู่กาสิงห์

กู่กาสิงห์ ตั้งอยู่ในวัดบูรพากู่กาสิงห์ ตำบลกู่กาสิงห์ อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นโบราณสถานสถาปัตยกรรมแบบเขมรอีกแห่งหนึ่ง มีขนาดค่อนข้างใหญ่และยังอยู่ในสภาพดี ปัจจุบันสำนักงานโบราณคดี และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่ 8 อุบลราชธานี สังกัดกรมศิลปากรได้ดำเนินการขุดแต่งและบูรณะกู่กาสิงห์ ให้สวยงามยิ่งขึ้น เพื่อพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งในภาคอีสานของไทย

แหลมเหลว

สันทรายขนาดใหญ่ที่ยื่นล้ำเข้าไปในทะเลคือสถานที่ที่ชาวบ้านแถบนั้นเรียกกันว่า “แหลมเหลว” เมื่อยามระดับน้ำทะเลลดลงจะปรากฏสันทรายแห่งนี้ชัดเจนและทอดตัวเป็นแนวยาวดูน่ามหัศจรรย์ นอกจากนี้ บริเวณแหลมเหลวยังเป็นบ่อเกิดของหลากวิถีชีวิตที่อิงอาศัยอยู่กับป่าชายเลนทั้งลิงแสม นกชายเลนชนิดต่างๆ เช่น นกตีนเทียน นกชายเลนบึง นกยางกรอกพันธุ์ชวา นกยางเปียและน่าสนใจที่สุดต้องยกให้การถีบเลนหาหอยแครงของชาวบ้านละแวกนั้น

แหล่งเตาเผาและเครื่องเคลือบบ้านบ่อสวก

หลักฐานสำคัญที่จะทำให้คุณทึ่งในอดีตของเมืองน่านกับความเป็นเมืองเก่าและอู่อารยธรรมอีกแห่งหนึ่งของไทย คือ แหล่งเตาเผาและเครื่องเคลือบบ้านบ่อสวก ซึ่งมีรูปแบบและกรรมวิธีการผลิตในลักษณะเฉพาะของตัวเองและน่าจะได้รับความนิยมอย่างสูง เพราะมีการขุดพบตามแหล่งฝังศพของคนในสมัยก่อนโดยเฉพาะแถบเทือกเขาในอำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ ต่อเนื่องไปจนถึงจังหวัดตากและกำแพงเพชร

ไร่องุ่นหัวหินฮิลส์ วินยาร์ด

ไร่องุ่นแห่งแรกและแห่งเดียวในอำเภอหัวหินที่มอบประสบการณ์ความพิเศษไม่เหมือนใครท่ามกลางบรรยากาศแห่งขุนเขาที่โอบล้อม ไร่องุ่นหัวหินฮิลส์ วินยาร์ดนี้ มีพื้นที่ทั้งหมด 1,000 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่ปลูกองุ่น 200 ไร่ และเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปชมความงามแห่งเถาองุ่นสำหรับทำไวน์หลากหลายสายพันธุ์ อาทิเช่น โคลอมบาร์ด เชอนินบลองก์ ชีราซ บรูเนลโล และพันธุ์อื่นๆ รวม 20 สายพันธุ์

ศาลเจ้าแม่ทับทิม

สักการะองค์เจ้าแม่ทับทิม (ตุ้ยบ่วยเต่งเหนี่ยง) อันศักดิ์สิทธิ์ ด้านขวาเป็นที่ประทับของเจ้าพ่อกวนอู ด้านซ้ายเป็นที่ประทับของเจ้าพ่อปุ้นเถ่ากง และปุ้นเถ่าม่า ตามประวัติกล่าวว่า องค์เจ้าแม่ทับทิม และองค์เจ้าพ่อกวนอู ได้อัญเชิญมาจากเกาะไหหลำ มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน ในปี พ.ศ. 2410 ในสมัยนั้นเจ้าของอู่ต่อเรือซึ่งตั้งถิ่นฐานทำการค้าที่หมู่บ้านท่าฬ่อเป็นผู้อัญเชิญองค์เจ้าแม่ทับทิมมาจากประเทศจีน

พิพิธภัณฑ์อินทร์บุรี

แหล่งเรียนรู้เชิงประวัติศาสตร์แห่งนี้เดิมทีเป็นพิพิธภัณฑ์ของวัดโบสถ์ที่ก่อตั้งโดยอดีตเจ้าอาวาสวัด พระเทพสุทธิโมลี เจ้าคณะจังหวัดสิงห์บุรีและอุทัยธานี ที่ตั้งใจรวบรวมและจัดเก็บโบราณวัตถุซึ่งได้รักษา ไว้ตั้งแต่ปีพ.ศ.2483 แต่เมื่อมีจำนวนโบราณวัตถุมากขึ้นและทุกชิ้นล้วนถูกต้องตามหลักวิชาการท่านจึงได้ส่งมอบที่แห่งนี้แก่กรมศิลปากร และขออนุมัติให้เปลี่ยนชื่อเป็น “พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอินทร์บุรี”

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสมเด็จพระนารายณ์

เดิมทีที่นี่มีชื่อว่า “ลพบุรีพิพิธภัณฑสถาน” เป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ แห่งที่ 3 ของประเทศไทย ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2466 จัดแสดงศิลปะโบราณวัตถุ และนิทรรศการต่างๆ ภายในอาคารทั้ง 4 แบ่งเป็น หมู่พระที่นั่งพิมานมงกุฎ อาคารหลักของการจัดแสดงเป็นอาคาร 3 ชั้น ภายในมีนิทรรศการถาวรจัดแสดงเกี่ยวกับโบราณวัตถุสมัยก่อนประวัติศาสตร์ที่พบจากแหล่งโบราณคดีลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา

อุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ

เป็นอุทยานฯ ลำดับที่ 33 ของประเทศไทย มีเนื้อที่ประมาณ 50,000 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่อำเภอโขงเจียม และอำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี สภาพภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นที่ราบและเนินเขาเตี้ยๆ มีแม่น้ำมูล และแม่น้ำโขงไหลผ่าน สภาพป่าทั่วไปเป็นป่าแพะหรือป่าแดง จะมีป่าดิบเฉพาะบริเวณริมห้วยใหญ่เท่านั้น ภายในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ มีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจมากมาย