ฤดูหนาวเป็นที่น่ารื่นรมย์

มีเรื่องราวที่ทำให้เห็นได้ชัดว่ากลุ่มเล็ก ๆ ของนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษได้เปลี่ยนประเทศสวิสเซอร์แลนด์เป็นเวลานานเท่าไร มันเกี่ยวข้องกับการเดิมพันระหว่างโรงแรม Johannes Badrutt และกลุ่มชนชั้นสูงของพ่อค้าและเจ้าของที่ดินที่เกิดขึ้นในค่ำคืนกันยายนเย็นใน St Moritz ในปีพ. ศ. 2407 เมื่อพักผ่อนอยู่รอบ ๆ กองไฟที่โรงแรมEngadiner Kulmกลัวว่าจะกลับไปที่ มีหมอกฤดูหนาวในกรุงลอนดอนผู้จัดการสวิสเห็นโอกาสทอง

สิ่งสำคัญต่อความสำเร็จของอุตสาหกรรม

สมาคมการท่องเที่ยวแห่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ได้มอบรางวัลมากมายให้กับบุคคลหลาย ๆ คนในการรับรู้ถึงผลงานของพวกเขาในการพัฒนาด้านการท่องเที่ยวและการท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค การประชุมสุดยอดประจำปี PATA เป็นโอกาสที่ดีในการรับรู้ผู้นำอุตสาหกรรมที่มีส่วนร่วมในการพัฒนาความรับผิดชอบของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการท่องเที่ยว “สะพานอาคารเชื่อมต่อผู้คน”

วังยะหริ่ง

วังยะหริ่ง จากตัวเมืองไปตามทางหลวงหมายเลข 42 ถึงอำเภอยะหริ่ง ระยะทาง 20 กิโลเมตร ตั้งอยู่ในซอยพิพิธราษฎร์บำรุง สร้างโดยพระยาพิพิธเสนามาตฯ เมื่อ พ.ศ.2438 มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ลักษณะสถาปัตยกรรมผสมผสานระหว่างไทย มุสลิม จีน และยุโรป ตัวอาคาร เป็นลักษณะสองชั้น โดยชั้นล่างเป็นลานโล่งใต้ถุนสูง ส่วนชั้นบน แบ่งเป็นห้องโถงขนาดใหญ่ และห้องพักของเจ้าเมืองและบุตรธิดา

ผาชู้ หรือ ผาเชิดชู

ถ้าเอ่ยถึงจุดชมทะเลหมอกยามเช้าที่สวยงามย่อมต้องมีชื่อของผาชู้ติดอันดับต้น ๆ ของน่านอย่างแน่นอน แม้ผาชู้มีตำนานเรื่องความรักอันอมตะระหว่างเจ้าเอื้องผึ้งกับเจ้าจันทน์ผาที่ได้เกิดโศกนาฏกรรมบนผาแห่งนี้ ทว่าปัจจุบันบนนี้คือที่ทำการของอุทยานแห่งชาติศรีน่าน ช่วงฤดูหนาวนักท่องเที่ยวนิยมเดินทางสู่ผาชู้เพื่อชมทะเลหมอกรับแสงตะวันยามเช้าครั้นเมื่อสายหมอกจางลงก็จะเผยให้เห็นลำน้ำน่านทอดตัวคดเคี้ยวอยู่ปลายผืนป่า

ชายทะเลปากพนังและแหลมตะลุมพุก

ครั้งหนึ่งในเมืองไทยกับมหาวาตภัยครั้งยิ่งใหญ่จากพายุโซนร้อนแฮร์เรียตที่พัดถล่มเมืองไทยในคราวนั้น เกิดขึ้น ณ แหลมตะลุมพุกแห่งนี้นั่นเอง แหลมดังกล่าวตั้งอยู่ตอนบนของอำเภอปากพนังในด้านที่ติดกับทะเลด้านใน หรือที่รู้จักกันดีว่า อ่าวนครฯ บริเวณนี้เป็นถิ่นที่ตั้งของหมู่บ้านชาวประมง ในขณะที่ด้านนอกซึ่งติดกับอ่าวไทยนั้น มีลักษณะเป็นหาดทรายและเรียงรายด้วยต้นสนขึ้นตลอดแนว

กู่กาสิงห์

กู่กาสิงห์ ตั้งอยู่ในวัดบูรพากู่กาสิงห์ ตำบลกู่กาสิงห์ อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นโบราณสถานสถาปัตยกรรมแบบเขมรอีกแห่งหนึ่ง มีขนาดค่อนข้างใหญ่และยังอยู่ในสภาพดี ปัจจุบันสำนักงานโบราณคดี และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่ 8 อุบลราชธานี สังกัดกรมศิลปากรได้ดำเนินการขุดแต่งและบูรณะกู่กาสิงห์ ให้สวยงามยิ่งขึ้น เพื่อพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งในภาคอีสานของไทย

แหลมเหลว

สันทรายขนาดใหญ่ที่ยื่นล้ำเข้าไปในทะเลคือสถานที่ที่ชาวบ้านแถบนั้นเรียกกันว่า “แหลมเหลว” เมื่อยามระดับน้ำทะเลลดลงจะปรากฏสันทรายแห่งนี้ชัดเจนและทอดตัวเป็นแนวยาวดูน่ามหัศจรรย์ นอกจากนี้ บริเวณแหลมเหลวยังเป็นบ่อเกิดของหลากวิถีชีวิตที่อิงอาศัยอยู่กับป่าชายเลนทั้งลิงแสม นกชายเลนชนิดต่างๆ เช่น นกตีนเทียน นกชายเลนบึง นกยางกรอกพันธุ์ชวา นกยางเปียและน่าสนใจที่สุดต้องยกให้การถีบเลนหาหอยแครงของชาวบ้านละแวกนั้น

แหล่งเตาเผาและเครื่องเคลือบบ้านบ่อสวก

หลักฐานสำคัญที่จะทำให้คุณทึ่งในอดีตของเมืองน่านกับความเป็นเมืองเก่าและอู่อารยธรรมอีกแห่งหนึ่งของไทย คือ แหล่งเตาเผาและเครื่องเคลือบบ้านบ่อสวก ซึ่งมีรูปแบบและกรรมวิธีการผลิตในลักษณะเฉพาะของตัวเองและน่าจะได้รับความนิยมอย่างสูง เพราะมีการขุดพบตามแหล่งฝังศพของคนในสมัยก่อนโดยเฉพาะแถบเทือกเขาในอำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ ต่อเนื่องไปจนถึงจังหวัดตากและกำแพงเพชร

ไร่องุ่นหัวหินฮิลส์ วินยาร์ด

ไร่องุ่นแห่งแรกและแห่งเดียวในอำเภอหัวหินที่มอบประสบการณ์ความพิเศษไม่เหมือนใครท่ามกลางบรรยากาศแห่งขุนเขาที่โอบล้อม ไร่องุ่นหัวหินฮิลส์ วินยาร์ดนี้ มีพื้นที่ทั้งหมด 1,000 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่ปลูกองุ่น 200 ไร่ และเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปชมความงามแห่งเถาองุ่นสำหรับทำไวน์หลากหลายสายพันธุ์ อาทิเช่น โคลอมบาร์ด เชอนินบลองก์ ชีราซ บรูเนลโล และพันธุ์อื่นๆ รวม 20 สายพันธุ์

ศาลเจ้าแม่ทับทิม

สักการะองค์เจ้าแม่ทับทิม (ตุ้ยบ่วยเต่งเหนี่ยง) อันศักดิ์สิทธิ์ ด้านขวาเป็นที่ประทับของเจ้าพ่อกวนอู ด้านซ้ายเป็นที่ประทับของเจ้าพ่อปุ้นเถ่ากง และปุ้นเถ่าม่า ตามประวัติกล่าวว่า องค์เจ้าแม่ทับทิม และองค์เจ้าพ่อกวนอู ได้อัญเชิญมาจากเกาะไหหลำ มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน ในปี พ.ศ. 2410 ในสมัยนั้นเจ้าของอู่ต่อเรือซึ่งตั้งถิ่นฐานทำการค้าที่หมู่บ้านท่าฬ่อเป็นผู้อัญเชิญองค์เจ้าแม่ทับทิมมาจากประเทศจีน